แผนสำหรับการอพยพคนไทยในกรณีที่มีเหตุการณ์ฉุกเฉิน โดยสถานกงสุลใหญ่ ณ นครกว่างโจว

หน่วยงานราชการไทยประจำสถานกงสุลใหญ่ ณ นครกว่างโจว อันประกอบด้วย สถานกงสุลใหญ่ สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ สำนักงานที่ปรึกษาฝ่ายการเกษตร สำนักงานที่ปรึกษาการศุลกากร สำนักงานเศรษฐกิจการลงทุน ได้ร่วมกันพิจารณาแผนสำหรับการอพยพคนไทยในกรณีที่มีเหตุฉุกเฉิน และสามารถกำหนดรายละเอียดของแผน โดยยึดหลักจำนวนคนไทยในเขตอาณา ประมาณ 200 – 400 คน ซึ่งคนไทยส่วนใหญ่ ในเขตอาณาจะเป็นนักศึกษาที่มาเรียนภาษาระยะสั้น

    การเตรียมการ

     ปรับปรุงทะเบียนรายชื่อ ที่อยู่ พร้อมหมายเลขโทรศัพท์ อีเมล์ ของคนไทยพร้อมครอบครัวและบริษัทของคนไทยในความดูแลของ สกญ. ประมาณ 250 คน

    จัดทำทะเบียนรายชื่อ ที่อยู่ พร้อมหมายเลขโทรศัพท์ของข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ของ สกญ. แล้วแจ้งเวียนให้ผู้แทนคนไทยในพื้นที่ทราบ

    จัดทำทะเบียนรายชื่อ ที่อยู่พร้อมหมายเลขโทรศัทพ์ของหน่วยงานท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานการต่างประเทศมณฑลกวางตุ้ง มณฑลไห่หนาน สายการบินต่าง ๆ เป็นต้น

    จัดทำทะเบียนรายชื่อ ที่อยู่ พร้อมหมายเลขโทรศัพท์ อีเมล์ของคณะกงสุลมิตรประเทศ

    จัดทำทะเบียนรายชื่อ ที่อยู่ พร้อมหมายเลขโทรศัพท์ และอีเมล์ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในประเทศไทย และเจ้าหน้าที่ประสานงานของกระทรวงการต่างประเทศ

    จัดทำทะเบียนทรัพย์สิน ครุภัณฑ์ เอกสารราชการและอุปกรณ์ต่าง ๆ ตามลำดับความสำคัญ เพื่อแบ่งว่าประเภทใดจะเก็บรักษาไว้ที่สำนักงาน และประเภทใดต้องขนย้ายไปด้วยในกรณีฉุกเฉิน เพื่อความสะดวกต่อการจัดเก็บและการขนย้ายเร่งด่วน

    ตรวจสอบสภาพอาคารที่ทำการสถานกงสุลใหญ่ ปรับปรุงมาตรการการรักษาความปลอดภัย

    การมอบหมายหน้าที่รับผิดชอบ

     กสญ. - กำหนดนโยบายและแผนปฏิบัติการ ประสานงานและหาข่าวระดับสูง ควบคุมกำกับดูแลรับผิดชอบแผนปฏิบัติการในฐานะหัวหน้าสำนักงาน

    รอง กสญ. - ประสานงานและหาข่าว และช่วยควบคุมกำกับดูแลและรับผิดชอบในฐานะรองหัวหน้าสำนักงาน

    กงสุล/ รองกงสุล - กสญ มอบหมายหน้าที่โดยแบ่งความรับผิดชอบตามสายงานและให้ประสานข้อมูลซึ่งกันและกัน

    ติดตามข่าวสถานการณ์ ประมวลข่าว ประสานกระทรวงฯ และหน่วนงานท้องถิ่นและคณะกงสุล

    ควบคุมดูแลการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นให้เป็นไปตามมาตรการรักษาความปลอดภัย ทั้งสถานที่และบุคคล รวมทั้งทรัพย์สินและเอกสารราชการของไทย

    เตรียมการเกี่ยวกับเอกสารการเดินทางและหนังสือติดต่อประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

    เตรียมการสำรองงบประมาณ สิ่งของเครื่องใช้ อุปกรณ์สื่อสาร ยานพาหนะให้พร้อมใช้งาน รวมทั้งจัดเตรียมเครื่องอุปโภค บริโภค ยารักษาโรคให้เพียงพอในกรณีฉุกเฉิน

    ประสานกับตำรวจและสำนักงานการต่างประเทศ ตลอดเวลาเพื่อการติดต่อขอกำลังคุ้มครองสถานที่และบุคคลตามความจำเป็น

    ปฏิบัติหน้าที่อื่นๆ ตามที่ กสญ. มอบหมาย

    เจ้าหน้าที่ท้องถิ่น

    ช่วยประสานงานกับเจ้าหน้าท้องถิ่นของรัฐที่เกี่ยวข้อง อาทิ เจ้าหน้าที่ตำรวจ

    ระมัดระวังและดูแลรักษาความปลอดภัย

    เพิ่มความเข้มงวดกับบุคคลภายนอกที่มาติดต่อราชการ

    ตรวจสอบสภาพยานพาหนะและอุปกรณ์สื่อสารให้อยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งานได้ทันที

    ปฏิบัติหน้าที่อื่นๆ ตามที่ กสญ. มอบหมาย

    การกำหนดมาตรการรักษาความปลอดภัย

    การรักษาความปลอดภัยสถานที่

กสญ. มอบหมายข้าราชการทำหน้าที่ควบคุมดูแลสถานที่อาคารที่ทำการ โดยสำรวจสภาพบริเวณโดยรอบว่า มีความมั่นคงปลอดภัยเพียงพอหรือไม่ หากจำเป็นต้องปรับปรุงก็ให้ดำเนินการตามความเหมาะสม จัดหาบุคลากรและอุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรักษาความปลอดภัย ซึ่งขณะนี้ สกญ.ได้ปรับปรุงระบบโทรทัศน์วงจรปิดให้ทันสมัย ติดตั้งระบบลายนิ้วมือในการเข้า-ออกภายในสำนักงาน  หากเห็นว่า มีสถานการณ์ที่เป็นภัยคุกคามต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจและสำนักงานการต่างประเทศ

    การรักษาความปลอดภัยทรัพย์สิน

สำรวจบัญชีทรัพย์สิน ครุภัณฑ์ และเอกสารราชการให้เป็นหมวดหมู่ กำหนดความสำคัญของทรัพย์สิน ชั้นความลับของเอกสารที่จำเป็นต้องเก็บรักษาไว้ในที่มั่นคงปลอดภัยเพียงพอ ทั้งจากการจารกรรมและภัยธรรมชาติเพื่อมิให้สูญหายหรือถูกทำลาย  กำหนดครุภัณฑ์และเอกสารที่สำคัญที่ต้องนำไปด้วย กรณีที่ต้องอพยพแล้วรายงานให้กระทรวงฯ พร้อมแจ้งหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อทราบและอารักขา สำรวจปรับปรุงสภาพครุภัณฑ์สื่อสารและยานพาหนะให้อยู่ในสภาพพร้อมและเพียงพอแก่การใช้งาน

    การรักษาความปลอดภัย

    กำหนดช่องทางเข้าออกที่ทำการ สกญ. สำหรับบุคคลภายนอกเพียงช่องทางเดียว เพื่อความปลอดภัย

    ปิดล็อคกุญแจประตูเข้า-ออกตลอดเวลา

    จัดเวรยามดูแลและสอบถามวัตถุประสงค์ผู้มาติดต่อและแลกบัตรเข้า-ออก โดยลงบันทึกเพื่อสะดวกในการตรวจสอบ ในกรณีต้องสงสัยต้องขอตรวจค้นบุคคลที่มาติดต่อด้วย

    แผนปฏิบัติการ

4.1   กรณีเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน/การชุมนุมประท้วง/สงคราม/การจลาจลซึ่งสามารถคาดการณ์ได้ล่วงหน้า

กำหนดขั้นตอนการปฏิบัติงานได้ ดังนี้

    ติดตามสถานการณ์และข่าวสารอย่างใกล้ชิดและประเมินสถานการณ์ล่วงหน้า โดยใช้ความแนบเนียนประสานเครือข่ายของ สกญ. ทุกด้าน ทั้งหน่วยงานท้องถิ่น คณะกงสุลทั้งระดับสูงและเจ้าหน้าที่           แล้วรายงานกระทรวงฯ ทราบเป็นระยะ ๆ

    ประกาศเตือนชาวไทยในมณฑลกวางตุ้งและไห่หนานให้ทราบถึงความรุนแรงและแนวโน้มของสถานการณ์และให้ระมัดระวังในการสัญจร/ดำเนินธุรกิจตามลำดับพัฒนาการของสถานการณ์

    แจ้งเตือนคนไทยและบริษัทห้างร้านไทยในความดูแลให้ทราบล่วงหน้าเพื่อเตรียมความพร้อม เตรียมเอกสารเดินทาง เครื่องยังชีพ และอุปกรณ์สื่อสาร โดยกำหนดให้มีผู้ประสานงานกลุ่มคนไทยจำนวนหนึ่งเพื่อมอบหมายหน้าที่กระจายข่าวสาร และรับผิดชอบหน้าที่เป็นศูนย์รวมในแต่ละกลุ่ม

    กำหนดสถานที่เป็นศูนย์พักพิงของคนไทย โดยอาจใช้ที่ทำการ สกญ. เพื่อใช้เป็นจุดรวมในยามฉุกเฉิน

    จัดเตรียมความพร้อมด้านงบประมาณ สิ่งของเครื่องใช้จำเป็น เครื่องอุปโภคบริโภค อุปกรณ์สื่อสาร ยานพาหนะ ให้เพียงพอสำหรับคนไทยและเจ้าหน้าที่ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง จนกว่าเหตุการณ์จะคลี่คลายและสงบลง หรือเตรียมพร้อมสำหรับการอพยพ

    ประสานงานหน่วยงานท้องถิ่นที่รับผิดชอบเป็นระยะ ๆ

    หากสถานการณ์ร้ายแรงจนต้องลำเลียงคนไทยออกนอกพื้นที่ สกญ. จะประกาศให้คนไทยที่ไม่มีความจำเป็นต้องอยู่ในพื้นที่เดินทางกลับประเทศไทยก่อน โดยให้ข้อมูลเกี่ยวกับเที่ยวบินพาณิชย์ รวมทั้งดำเนินการขอเพิ่มเที่ยวบินหากมีความจำเป็น เพราะหากสถานการณ์เลวร้าย การอพยพออกนอกประเทศจะกระทำได้ยาก

    สำหรับผู้ที่สามารถเดินทางกลับประเทศไทยได้ แต่ปฏิเสธที่จะเดินทางไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด สกญ. จะประสานแนวทางปฎิบัติในการติดต่อกับ สกญ. ในกรณีฉุกเฉิน หรือการติดต่อกับหน่วยงานอื่น ๆ ของจีนหรือมิตรประเทศที่ได้รับการร้องขอให้ทำหน้าที่ดูแลสันติภาพและความปลอดภัยของบุคคลส่วนนี้  ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องปิด สกญ. และขอให้บุคคลผู้นั้นดูแลรับผิดชอบความปลอดภัยของตนเองอีกทางหนึ่ง  

    กรณีเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน/การชุมนุมประท้วง/สงคราม/การจลาจลซึ่งไม่สามารถคาดการณ์ได้ล่วงหน้า

    รายงานกระทรวงฯ และประสานหน่วยงานท้องถิ่นเท่าที่จะหาช่องทางติดต่อได้

    ติดต่อประสานงานกลุ่มคนไทย เพื่อประสานงานให้ความช่วยเหลือ หากจำเป็นต้องเคลื่อนย้าย ให้หาทางรวมตัวอยู่ในที่ปลอดภัยตามที่ได้เตรียมความพร้อมไว้ใน ข้อ 1 และข้อ 4.1

    กรณีภัยธรรมชาติและโรคระบาด

    ติดตามสถานการณ์และประสานงานกับหน่วยงานท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด รายงานกระทรวงฯ เกี่ยวกับสถานการณ์

    ติดต่อประสานงานกับกลุ่มคนไทย และพิจารณาให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัยตามแต่กรณี

    หากจำเป็นต้องเคลื่อนย้ายให้หาทางรวมตัวอยู่ในที่ปลอดภัยตามที่ได้เตรียมความพร้อมไว้ใน ข้อ 1 และข้อ 4.1                                   

    แผนอพยพคนไทย

    ขั้นตอนการดำเนินการ

    วิเคราะห์ และประเมินสถานการณ์ล่วงหน้า และรายงานกระทรวงฯ เมื่อเห็นว่าจำเป็นต้องอพยพคนไทยกลับประเทศ หรือไปประเทศที่สามที่ปลอดภัย

    แจ้งหน่วยงานท้องถิ่นเรื่องการอพยพคนไทยในท้องที่ ขอความร่วมมือในการปฏิบัติตามแผนอพยพ และขอความร่วมมือสื่อมวลชนในการประชาสัมพันธ์ข้อมูลถึงคนไทยในพื้นที่

    รวบรวมทรัพย์สินและเอกสารสำคัญที่ไม่สามารถนำติดตัวไปได้ไว้ในที่ปลอดภัย และแจ้งหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อให้การอารักขาสถานที่และทรัพย์สินเหล่านั้น

    ประสานงานหน่วยงานท้องถิ่น คณะกงสุล กรณีที่ต้องร่วมอพยพไปด้วยกัน

    กำหนดเส้นทางอพยพ โดยประสานกับผู้นำกลุ่มคนไทย ซักซ้อมความเข้าใจและเตรียมความพร้อมและกำหนดให้เหมาะสมกับจำนวนคนไทยในความดูแล และความน่าจะเป็นให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นว่าจะต้องอพยพทางเครื่องบิน ทางบก หรือทางเรือ

(1) กรณีอพยพทางเครื่องบินเป็นแนวทางที่เหมาะสมและใช้เวลาน้อยที่สุด

กำหนดช่วงเวลาการอพยพ ซักซ้อมความเข้าใจ และประสานงานโดยตลอดเวลาและอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานท้องถิ่น ท่าอากาศยาน บริษัทการบิน เพื่อสำรองที่นั่งเที่ยวบินปกติ หรือจัดเที่ยวบินพิเศษและเตรียมยานพาหนะรับ-ส่ง และจัดชุดคุ้มครองคนไทยไปสนามบิน เพื่อเดินทางกลับประเทศไทย

(2) กรณีอพยพทางบก เรื่องจากสนามบินไม่อยู่ในสภาพใช้งานได้ หรือเส้นทางสนามบินไม่ปลอดภัย

กำหนดขั้นตอนการดำเนินการ ดังนี้

ก.   กำหนดเส้นทางอพยพที่ใกล้และปลอดภัยที่สุด และประสานกับประเทศที่สามที่ต้องผ่านแดนหรือต้องไปอาศัยชั่วคราว และรายงานกระทรวงฯ ทราบเพื่อประสานงานให้ความช่วยเหลือระหว่างเส้นทางที่อพยพ

ข.   เตรียมการด้านงบประมาณเพื่อใช้ระหว่างการเดินทาง

ค.   ติดต่อยานพาหนะและเช่ารถโดยสาร หรือจัดหารถโดยสารให้เพียงพอกับจำนวนคนไทยในกรณีต้องแยกกลุ่ม หรือต้องทยอยอพยพตามลำดับความสำคัญก่อน-หลัง

ง.   ติดต่อหน่วยงานท้องถิ่นจัดรถอารักขา (หากสามารถทำได้)

จ.  เตรียมเสบียง น้ำดื่ม และของใช้จำเป็นให้เพียงพอ

(3) กรณีที่ต้องอพยพทางเรือ

กำหนดขั้นตอนการดำเนินการ ดังนี้

ก.  กำหนดเส้นทางอพยพทางเรือเพื่อไปประเทศไทย หรือเพื่อไปประเทศที่สามและต่อไปประเทศไทย หรือพำนักอาศัยชั่วคราวในประเทศที่สามจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย รายงานกระทรวงฯ ทราบเพื่อประสานงานเกี่ยวกับการรับคนไทยและประสานงานหน่วยงานท้องถิ่นประเทศที่สาม

ข.  เตรียมการด้านงบประมาณเพื่อใช้ระหว่างการเดินทาง

ค.  จัดเตรียมการด้านพาหนะรับ-ส่งไปท่าเรือ

ง.  ติดต่อหน่วยงานท้องถิ่นจัดรถอารักขา (หากสามารถทำได้) ถึงท่าเรือ

จ.  เตรียมเสบียง น้ำดื่ม และของใช้จำเป็นให้เพียงพอ

*************************************

สถานกงสุลใหญ่ ณ นครกว่างโจว

สิงหาคม 2553