สถานกงสุลใหญ่ ณ นครกว่างโจว นำผู้แทนภาครัฐ GBA จับมือหน่วยงานไทย (ตอนที่ 1) โอกาสการลงทุนในอุตสาหกรรมดิจิทัลและการยกระดับอุตสาหกรรม
สถานกงสุลใหญ่ ณ นครกว่างโจว นำผู้แทนภาครัฐ GBA จับมือหน่วยงานไทย (ตอนที่ 1) โอกาสการลงทุนในอุตสาหกรรมดิจิทัลและการยกระดับอุตสาหกรรม
วันที่นำเข้าข้อมูล 26 มิ.ย. 2569
วันที่ปรับปรุงข้อมูล 26 มิ.ย. 2569
ในการประชุมความร่วมมือระดับสูงไทย-กวางตุ้ง (High Level Cooperation Conference : HLCC) ครั้งที่ 1 ผ่านทางออนไลน์ เมื่อปี 2564 ประเทศไทยกับมณฑลกวางตุ้งได้ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วย ความร่วมมือระหว่างเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC กับเขตเศรษฐกิจอ่าวกวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊า หรือ GBA เพื่อส่งเสริมความร่วมมือใน 5 สาขา ได้แก่ อุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานใหม่ อุตสาหกรรมดิจิทัลและ 5G อุตสาหกรรมสุขภาพ เมืองอัจฉริยะ และเศรษฐกิจสีเขียว
นับตั้งแต่การลงนามฯ ในครั้งนั้น สถานกงสุลใหญ่ ณ นครกว่างโจว กับสำนักงานการต่างประเทศมณฑลกวางตุ้ง ได้ร่วมกันผลักดันความร่วมมือรอบด้านอย่างต่อเนื่อง โดยหนึ่งในโครงการผลักดันความร่วมมือที่สถานกงสุลใหญ่ฯ ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง คือ ‘โครงการส่งเสริมความร่วมมือ EEC – GBA’ ที่เปิดโอกาสให้ภาครัฐระดับท้องถิ่นของเมืองใน GBA เดินทางเยือนประเทศไทย ที่จะเป็นโอกาสสร้างการรับรู้เกี่ยวกับศักยภาพของประเทศไทย การพัฒนาร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยโดยตรง เพื่อที่จะสามารถต่อยอดการให้ข้อมูลกับภาคเอกชนท้องถิ่นในการเลือกประเทศไทยเป็นฐานขยายการลงทุนได้อย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพื่อประโยชน์ร่วมไทย-จีนจากการพัฒนาเศรษฐกิจของสองฝ่าย
การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี กับการเดินหน้าของไทย
กระแสการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี และแนวโน้ม ‘เศรษฐกิจดิจิทัล’ เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วทั่วโลก โดยเฉพาะเมื่อรัฐบาลจีนประกาศร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมฉบับที่ 15 ที่ตอกย้ำว่า จีนจะให้ความสำคัญกับการยกระดับภาคอุตสาหกรรมเป็นดิจิทัล และเร่งนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้กับทุกภาคส่วนมากยิ่งขึ้น จึงเป็นเครื่องยืนยันว่า ไทยจำเป็นต้องยกระดับภาคการผลิตอย่างเร่งด่วน เพื่อให้ไทยยังสามารถรักษาศักยภาพในการแข่งขัน และคงสถานะคู่ค้าที่มีห่วงโซ่อุตสาหกรรมยึดโยงกับมณฑลกวางตุ้งต่อไปในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา สถานกงสุลใหญ่ฯ จึงได้เดินหน้าพูดคุยกับหน่วยงานท้องถิ่นของเมืองใน GBA ของมณฑลกวางตุ้งที่มีบทบาทในการยกระดับภาคอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจดิจิทัล เช่น สำนักงานอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศ และสำนักงานวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม พร้อมทั้งเชิญผู้แทนหน่วยงานดังกล่าว และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเดินทางเยือนประเทศไทย และพบกับหน่วยงานไทย โดยเฉพาะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมดิจิทัลและการยกระดับอุตสาหกรรม ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) ศูนย์นวัตกรรมดิจิทัลเพื่อธุรกิจ (AIS EEC) การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.)นิคมอุตสาหกรรมไทย-จีน (TCR) หอการค้าไทย-จีน (THAI CC) และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (FTI)
การดึงดูดการลงทุนอุตสาหกรรมดิจิทัล
ในช่วงการเยือนพื้นที่ AIS EEC คณะฯ รับทราบถึง ความพร้อมในการรองรับการลงทุนของไทย ทั้งในด้านนโยบาย สิทธิประโยชน์และโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมดิจิทัล ซึ่ง EEC ได้จัดตั้ง เขตส่งเสริมอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัล (EECd) เพื่อรองรับการลงทุนในด้านดังกล่าวโดยเฉพาะ นอกจากนี้ EEC ยังมีโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลที่แข็งแกร่ง ประกอบด้วยโครงข่ายเคเบิลใยแก้วนำแสง สถานีฐาน 5G และระบบดาวเทียม โดยไทยไม่เพียงเปิดรับความร่วมมือด้านการลงทุนกับ GBA แต่ยังเปิดโอกาสในการสร้างความร่วมมือด้านการพัฒนาบุคคลากร เพื่อรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคตด้วย
ขณะที่ การพบหารือกับ กนอ. และ TCR คณะฯ รับทราบถึงความสำเร็จของนิคมอุตสาหกรรมไทย-จีน และความพร้อมของพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมที่รองรับการลงทุนในประเทศไทย ไม่เพียงแต่เรื่องของที่ดินและโครงสร้างพื้นฐาน กนอ. ได้เตรียมความพร้อมด้านบุคลากร โดยดำเนินโครงการ IEAT Academy เพื่อยกระดับทักษะ (upskills) ปรับปรุงทักษะ (reskills) และสร้างทักษะ (new skills) กว่า 6,000 แห่ง และพร้อมที่จะเปิดรับความร่วมมือจาก GBA เพื่อนำมาพัฒนานิคมอุตสาหกรรมในไทยด้วย
ในช่วงการเยือน FTI คณะฯ ได้รับทราบถึงศักยภาพ และความมุ่งมั่นของภาคอุตสาหกรรมของไทยที่จะสร้างความร่วมมือกับ GBA เพื่อยกระดับภาคอุตสาหกรรมเป็นดิจิทัล โดยประเทศไทยอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านจากอุตสาหกรรมดั้งเดิม ไปสู่อุตสาหกรรมที่เป็นดิจิทัล และภาครัฐของไทยได้เร่งผลักดันการใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ นอกจากนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยยังคงเร่งพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งอนาคต โดยเฉพาะอุตสาหกรรมชีวภาพ และอุตสาหกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ไทยสามารถพัฒนาห่วงโซ่อุตสาหกรรมแห่งอนาคตของตัวเองต่อไปได้
‘บุคลากร’ หัวใจดึงดูดการลงทุน
หนึ่งในบทสนทนาที่หน่วยงานรัฐของ GBA ให้ความสนใจ ไม่น้อยกว่าเรื่องของพื้นที่และสิทธิประโยชน์คือ ‘ความพร้อมด้านบุคลากร’ ซี่งเป็นสิ่งที่สะท้อนและเครื่องยืนยันว่า บุคลากรเป็นสิ่งที่นักลงทุนให้ความสำคัญไม่แพ้เรื่องอื่น ๆ ซึ่งคณะฯ ได้เห็นแล้วว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยได้เตรียมความพร้อม และดำเนินการยกระดับเรื่องบุคลการอย่างจริงจังและต่อเนื่อง
การพัฒนาบุคลากร ยังคงเป็นโจทย์สำคัญของไทยที่จำเป็นต้องเร่งผลักดัน แต่ทว่า มิใช่เพียงให้ไทยยังคงสามารถดึงดูดการลงทุนในด้านอุตสาหกรรมดิจิทัลจากต่างประเทศเพียงอย่างเดียว แต่เพื่อให้ไทยสามารถยกระดับศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ของตนเอง เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีของโลกต่อไปได้
ในตอนต่อไป เราจะพาทุกท่านเดินทางต่อไปยังจุดหมายปลายทางความร่วมมือสำคัญอีกด้านหนึ่ง คือ ความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนา โดยเฉพาะอนาคตเทคโนโลยีชีวภาพและวัสดุใหม่ ที่จะเป็นพื้นฐานของการยกระดับภาคอุตสาหกรรมเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน
รูปภาพประกอบ
รูปภาพประกอบ
Royal Thai Consulate-General, Guangzhou