สถานกงสุลใหญ่ ณ นครกว่างโจว นำผู้แทนภาครัฐ GBA จับมือหน่วยงานไทย (ตอนที่ 2) ร่วมวิจัยและพัฒนา อนาคตเทคโนโลยีชีวภาพและวัสดุใหม่
สถานกงสุลใหญ่ ณ นครกว่างโจว นำผู้แทนภาครัฐ GBA จับมือหน่วยงานไทย (ตอนที่ 2) ร่วมวิจัยและพัฒนา อนาคตเทคโนโลยีชีวภาพและวัสดุใหม่
วันที่นำเข้าข้อมูล 26 มิ.ย. 2569
วันที่ปรับปรุงข้อมูล 26 มิ.ย. 2569
นับตั้งแต่การปฏิรูปและเปิดประเทศของจีนเมื่อปี ค.ศ. 1978 วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีคือหมุดหมายอันสำคัญของจีนที่จะใช้เป็นกุญแจไขสู่ความสำเร็จทางเศรษฐกิจและสังคม วันนี้ จีนพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ความมุ่งมั่นในการส่งเสริมการวิจัยและพัฒนา ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนั้น สามารถทำให้จีนยืนอยู่แถวหน้าของกลุ่มผู้นำทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมระดับโลกได้
มณฑลกวางตุ้ง เป็นหนึ่งในจุดหมายแรกของรัฐบาลกลางจีน ในการดำเนินนโยบายปฏิรูปและเปิดประเทศ ซึ่งปัจจุบัน ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า มณฑลกวางตุ้ง เป็นหนึ่งในแกนกลางของความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจที่มีวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมเป็นกลไกขับเคลื่อน ที่สำเร็จมากที่สุดมณฑลหนึ่งของจีน
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติจีน ฉบับที่ 15 ของมณฑลกวางตุ้ง ระบุเป้าหมายสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในระยะ 5 ปี (ค.ศ. 2026 – 2030) คือ ยกระดับมณฑลกวางตุ้ง สู่การเป็น ‘ศูนย์กลางนวัตกรรมและเทคโนโลยีระดับโลก’ สามารถพึ่งพาตนเองด้านเทคโนโลยี (Tech Self-reliance) และมุ่งพัฒนาเทคโนโลยีแห่งอนาคต ขณะเดียวกัน ได้กำหนดเป้าหมายการยกระดับภาคการผลิต โดยไม่ละทิ้งอุตสาหกรรมดั้งเดิม แต่เป็นการ ‘เติมเทคโนโลยี’ เข้าไปยกระดับ ไปพร้อม ๆ กับการเร่งสร้างอุตสาหกรรมใหม่
ทั้งนี้ เป้าหมายที่แตกต่างและมีความชัดเจนเมื่อเทียบกับแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 คือ การกำหนดยุทธศาสตร์ ‘AI+’ เต็มรูปแบบ โดยตั้งเป้าให้มณฑลกวางตุ้งเป็นผู้นำแห่งนวัตกรรมอัจฉริยะ ส่งเสริมการนำ AI มาใช้ในทุกภาคส่วน ซึ่งเป็นรอยต่อสำคัญที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับมณฑลกวางตุ้งอีกครั้งหนึ่ง
ความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนา
วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม คือ ภาษาที่ไร้พรมแดน โครงการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC กับเขตเศรษฐกิจอ่าวกวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊า หรือ GBA นอกจากให้ความสำคัญต่อเรื่องการลงทุนแล้ว สถานกงสุลใหญ่ฯ ยังให้คณะฯ ได้มีโอกาสรับรู้ถึงศักยภาพของการวิจัยและพัฒนาของไทย เพื่อให้คณะฯ มองเห็นภาพความร่วมมือระหว่างกันได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะ การประยุกต์ใช้ AI และหุ่นยนต์เพื่อการยกระดับอุตสาหกรรมเป็นดิจิทัล (Digital Transformation) ซึ่งมณฑลกวางตุ้งได้ดำเนินงานที่เกี่ยวข้องมากว่าทศวรรษ
ในการเยือน สถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม (FIBO) คณะฯ ได้รับทราบว่า ไทยมีแผน AI Thailand ที่มีเป้าหมายส่งเสริมการประยุกต์ใช้ AI เพื่อยกระดับเศรษฐกิจ พร้อมผลักดันให้ไทยเป็น ‘ผู้สร้าง’ ขีดความสามารถด้าน AI (Model Maker) มากกว่ารอรับการลงทุนในด้านนี้เพียงอย่างเดียว นอกจากนี้ ในการเยือน FIBO คณะยังมีโอกาสเห็นตัวอย่างโครงการความร่วมมือระหว่าง FIBO กับภาคเอกชนจีน เพื่อการพัฒนาเทคโนโลยีหุ่นยนต์และ AI ที่ใช้ยกระดับอุตสาหกรรม อาทิ โรงงานอัจฉริยะ รวมถึงเห็นถึง ความพร้อมของไทย ที่จะสร้างความร่วมมือกับ GBA ทั้งในด้านการดำเนินโครงการวิจัยร่วม แลกเปลี่ยนบุคลากร หรือ ประยุกต์และหุ่นยนต์อุตสาหกรรม (industrial robotic) ร่วมกัน
นอกจากนี้ คณะฯ ยังได้เดินทางเยือนอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย (อวท.) โดย อวท. ได้จัดแสดงผลงานของบริษัทที่ประสบความสำเร็จจากการใช้ผลงานการวิจัยมาพัฒนาผลิตภัณฑ์ในเชิงพาณิชย์ เช่น Antigen Test Kit โรคในกุ้ง อาหารกุ้งชีวภาพรักษาโรคแบคทีเรีย เป็นต้น ซึ่งเป็นตัวอย่างของการดำเนินงานตามแนวทาง ‘จากหิ้ง สู่ห้าง’ ได้เป็นอย่างดี ซึ่งคณะฯ ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก ในโอกาสดังกล่าว คณะฯ ได้เยี่ยมชมและรับฟังการบรรยายที่เกี่ยวข้องจากผู้แทนศูนย์วิจัยแห่งชาติ ได้แก่ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (BIOTEC) ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญด้านจีโนมิกส์วัสดุศาสตร์ และเทคโนโลยีเซนเซอร์ ของ อวท. ด้วย
ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องสาขาความร่วมมือที่มีศักยภาพ ได้แก่สาขาวัสดุใหม่ โดยเฉพาะกับเมืองฮุ่ยโจวที่มีความโดดเด่นในด้านปิโตรเคมี และมีความสนใจในการวิจัยและพัฒนาวัสดุใหม่ที่ได้จากผลพลอยได้ของอุตสาหกรรมปิโตรเคมีร่วมกับ อวท. นอกจากนี้ ยังมีเมืองเจียงเหมินที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีแปรรูปไม้ไผ่ ประกอบด้วย การนำไม้ไผ่มาตัดเป็นเส้นแล้วอัด (Strand Woven Bamboo) ไบโอชาร์ (Biochar) จากไม้ไผ่การผลิตเส้นใยสิ่งทอจากไม้ไผ่ เป็นต้น รวมถึง เมืองเซินเจิ้น ที่มีความโดดเด่นการการพัฒนาระบบปฏิบัติการสำหรับเครือข่ายอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (IoT) ที่มีชื่อว่า OpenHarmony
การเดินทางเยือนครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เปิดโอกาสให้กับความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยกับหน่วยงานจาก GBA แต่คณะฯ ยังมีโอกาสได้ทำความรู้จักกับศักยภาพของประเทศไทยในด้านการวิจัยและพัฒนา ซึ่งจะเป็นพื้นฐานสำคัญของความร่วมมือ โดยเฉพาะการแลกเปลี่ยนความรู้ บุคลากร และประสบการณ์ในด้านเทคโนโลยีขั้นสูง และด้านวัสดุศาสตร์ด้วย
ในตอนต่อไป เราพาคณะฯ ไปพบกับภาคการเงินและการธนาคาร ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ นวัตกรรม และการลงทุน รวมถึง ทำความเข้าใจเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินของไทยที่มีความมั่นคง ปลอดภัย และพร้อมสนับสนุนการลงทุนจาก GBA อย่างเต็มที่
รูปภาพประกอบ
รูปภาพประกอบ
Royal Thai Consulate-General, Guangzhou